ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวิตประจำวัน


เทคโนโลยีสารสนเทศ 

      เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที (อังกฤษ: Information technology หรือ IT) หมายถึงเทคโนโลยีสำหรับการประมวลผลสารสนเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงการรับ-ส่ง การแปลง การจัดเก็บ การประมวลผล และการค้นสารสนเทศ ในการประยุกต์ การบริการ และพื้นฐานทางเทคโนโลยี สามารถแบ่งกลุ่มย่อยเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ คอมพิวเตอร์, การสื่อสาร และข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ซึ่งในแต่ละกลุ่มนี้ยังแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ได้อีกมากมาย องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ ยังต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น(คอมพิวเตอร์) เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเครือข่าย (การสื่อสาร) โดยมีการส่งข้อมูลต่างๆ ไปยังข้อมูลแบบมัลติมีเดีย

องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
     การสื่อสารข้อมูล(datacommunication)คือการส่งผ่านข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ตั้งแต่2ตัวขึ้นไปซึ่งข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกันนี้มีได้หลายรูปแบบ ตัวอย่าง เช่น ตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ หรือเสียง เป็นต้นเปรียบเทียบอย่างง่าย ๆ การสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ

ปัจจัยสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ประกอบด้วย 6 ปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ผู้ส่ง (sender หรือ sending device) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เริ่มออกคำสั่งในการส่งข้อมูล ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

2. ข้อมูลข่าวสาร (message) คือข้อมูลที่ผู้ส่งต้องการส่งไปยังผู้รับ ซึ่งข้อมูลนี้อาจจะเป็นข้อความตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ หรือเสียง เป็นต้น

3. โพรโทคอล (protocol) คือข้อกำหนดมาตรฐาน หรือข้อตกลงในเรื่องรูปแบบของข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ส่งและผู้รับโพรโทคอลเปรียบเสมือนภาษาที่นักเรียนใช้ในการพูดคุยกัน ถ้าเราใช้ภาษาไทยในการสนทนาเพื่อนทุกคนก็เข้าใจแต่ถ้านักเรียนใช้ภาษาอื่นที่เพื่อนไม่รู้จักจะทำให้เกิดความสับสนไม่สามารถสื่อสารกันได้

4. ช่องทางการสื่อสาร (communication channel) คือช่องทาง หรือเส้นทางในการส่งข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับ อันได้แก่ สายโทรศัพท์ คลื่นวิทยุและสัญญาณดาวเทียม เป็นต้น

5. ตัวแปลงสัญญาณ (communication device) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงข้อมูลที่ต้องการส่งให้อยู่ในรูปของสัญญาณที่สามารถส่งผ่านช่องทางการสื่อสารที่จะใช้และแปลงสัญญาณที่ได้จากช่องทางการส่งข้อมูลเมื่อถึงปลายทาง ให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้รับเข้าใจ

6. ผู้รับ (receiver หรือ receiving device) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกับผู้ส่งหรือไม่ก็ได้ อาจจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาเวิร์กสเตชันหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เป็นต้น


การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานสำนักงาน


2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม



3 .การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการพาณิชย์



4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการบริการการสื่อสาร


 


5 .การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านการสาธารณสุข




6 . การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กับงานด้านการฝึกอบรมและการศึกษา

 






ข้อดีและข้อเสียของเทคโนโลยีสารสนเทศ 
   ข้อดีของเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 
2.เพิ่มผลผลิต
3.เพิ่มคุณภาพบริการลูกค้า
4.ผลิตสินค้าใหม่และขยายผลผลิต
5.สามารถสร้างทางเลือกเพื่อแข่งขันได้
6.สร้างโอกาสทางธุรกิจ
7.ดึงดูดลูกค้าและป้องกันคู่แข่งจากเป้าหมายทั้ง7ประการของเทคโนโลยีสารสนเทศถ้าสามารถดำเนินการได้ตามเป้หมายดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นข้อดีของเทคโนโลยีสารสนเทศระบบนี้ได้ทั้งหมด

   ข้อเสียของเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.วงจรชีวิตของระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่มีวงจรชีวิตค่อนข้างจำกัด อาจจะอธิบายได้ว่า เนื่องจาการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี รวมทั้งสภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจ เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศไปด้วยหรือ การเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริหาร ก็อาจจะต้องเปลี่ยนระบบสารสนเทศไปด้วย
2.ลงทุนสูง เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่มีราคาแพง และส่วนมากไม่อาจจะนำไปใช้ได้ทันที แต่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเสียก่อนจึงจะใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
3.ก่อให้เกิดช่องว่าง (Gap) เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดช่องว่างในการรับข่าวสารระหว่างคนจนกับคนรวย
3.ผลกระของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสังคมมนุษย์

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เคล็ดลับการมีผิวสวย...ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

เคล็ดลับการมีผิวสวย...ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

เคล็ดลับการมีผิวสวยมาปฏิบัติอย่าเร่งด้วย ถ้าไม่งั้นนะ อายเขาเป็นผู้หญิงต้องเมีผิวสวยสิถึงจะถูกต้อง เป็นเรื่องเลยค่ะที่นี้ ผู้หญิงเรานั้นย่อมต้องการให้ผิวพรรรของตัวเองดูดี แต่เมื่อเจอคนที่ดูดีกว่า ก็ต้องอิจฉาเป็นธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือความอิจฉาของสาวๆ นั้นจะทำให้สาวๆ วุ่นวายกับการคนหาเคล็ดลับต่างๆ เหล่านั้นมาปฏิบัติกับตัวเอง 

9 เคล็ดลับการมีผิวสวย

1. ปกป้องผิวจากแสงแดด
ตัวการทำร้ายผิวที่คอยมารบกวนเราอยู่ทุกวันอย่างแสงแดด ซึ่งทำให้เกิดปัญหาผิวทั้งความหมองคล้ำ กระ ฝ้า ผิวเหี่ยวย่น ริ้วรอย ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง ทำให้เราต้องรู้จักรับมือกับศัตรูที่เลี่ยงไม่ได้ตัวนี้โดยการใช้ครีมกันแดดนั่นเอง และอย่าลืมทาซ้ำทุกครั้งหากเหงื่อออกหรือถูกน้ำด้วยนะ

2. ไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่นอกจากก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมายอย่างที่เราทรายกันดีแล้ว ยังทำให้ผิวดูเหี่ยวย่น แก่กว่าวัยอีกด้วย เนื่องจากการสูบบุหรี่จะแย่งออกซิเจนไปจากผิวของเรานั่นเอง

3. ทำความสะอาดผิดหน้าให้หมดจด
การล้างหน้าเป็นประจำในตอนเช้าและเย็นเป็นเรื่องจำเป็น แต่หากต้องการให้ใบหน้าใสสะอาดหมดจดมากกว่านั้น ให้เพิ่มการสครับผิวลงไปหลังการล้างหน้าด้วย โดยทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และซับหน้าให้แห้งโดยผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม เท่านี้ก็จะรู้สึกว่าใบหน้าสะอาดใสกิ๊งเลยทีเดียว

4. จัดการกับความเครียด
ปัจจัยภายในอย่างความเครียดก็ทำร้ายผิวได้ไม่เบา นอกจากจะทำให้หน้านิ้วคิ้วขมวดแล้ว เมื่อความเครียดพุ่งถึงระดับหนึ่งก็จะรบกวนระบบการทำงานภายในร่างกายให้แปรปรวน และเป็นลูกโซ่มาถึงผิวหน้าจนเกิดสิวได้ หากรู้สึกว่างานเริ่มหนักหนาเกินไป ก็หยุดพัก หาอย่างอื่นทำเพื่อคลายเครียดเสียบ้าง 

5. รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม
อะไรก็ตามที่คุณกินเข้าไปล้วนส่งผลต่อร่างกายรวมทั้งผิวกายและผิวหน้า อย่างที่เขาว่า you are what you eat ถ้าอยากผิวสวยก็ต้องเพิ่มผักใบเขียวและผลไม้เข้าไปในอาหารแต่ละมื้อด้วยนะ

6. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
การรักษาผิวพรรณให้ชุ่มชื้นถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น นุ่มนวล และชะลอการเกิดริ้วรอย หากคุณมักลืมขั้นตอนการบำรุงผิวนี้เสมอ ๆ ลองวางขวดโลชั่นไว้ในห้องน้ำให้ใกล้มือ และทาทุกครั้งหลังอาบน้ำให้ติดเป็นนิสัย แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของผิวเลยล่ะ

7. ล้างเมคอัพให้เกลี้ยงเกลา
หลังเลิกงานและกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็เป็นเวลาเลิกงานของบรรดาเมคอัพบนใบหน้าคุณเช่นกัน ใช้สำลีหยดด้วยคลีนเซอร์เช็ดเมคอัพบนใบหน้าออกให้หมดจด อย่าได้นอนทั้ง ๆ ที่ยังแต่งหน้าอยู่เด็ดขาด เพราะมันสามารถอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวได้

8. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ไม่รู้ว่าไลฟ์สไตล์แบบสาวยุคใหม่จะรบกวนเวลาการนอนที่แสนมีค่าไปบ้างหรือเปล่า ช่วงเวลาที่เรานอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ยิ่งนอนน้อยผิวก็ยิ่งโทรม แถมทำให้เกิดความเครียดดูแก่เร็วอีกต่างหาก

9. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้ผิวสวยอีกด้วย เพราะช่วยกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดได้ดี ผิวหนังก็แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น ผิวพรรณจึงดูเปล่งปลั่ง และห่างไกลจากรอยเหี่ยวย่นด้วย

Cedit :  ไทยโพสต์ , N3k


วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Introduct Me




Name: Miss   Sirikanya    Sungkapat
I like   leading   fiction   I  listen  Music  Ballad, Indie
Fan.SNWThailand  , Inmind 2B   jongkey  Thailand